คู่มือจัดสเปกเครื่องตัดท่อสำหรับโรงงาน

วิธีเลือกเครื่องตัดท่อเลเซอร์จากท่อที่โรงงานใช้จริง

อย่าเริ่มจากจำนวนวัตต์หรือจำนวนหัวจับ ให้เริ่มจากรูปทรงท่อ ขนาดเล็กสุดและใหญ่สุด ความยาว น้ำหนักต่อเส้น ลักษณะชิ้นงาน ปริมาณผลิต และเศษปลายที่ยอมรับได้ แล้วจึงเลือกกำลัง โครงสร้างหัวจับ ระบบรองรับ และระดับการโหลดให้ตรงงาน

รูปทรงและขนาดวงกลม เหลี่ยม โปรไฟล์ และวงกลมครอบ
ความยาวและน้ำหนักkg/m น้ำหนักต่อเส้น และการโก่งตัว
การจับยึดหัวจับ ระบบรองรับ หางท่อ และงานบาก
จังหวะการผลิตล็อตงาน กะการทำงาน แรงงาน และระบบโหลด

วิธีเลือกเครื่องตัดท่อเลเซอร์แบบไม่หลงสเปก

เครื่องที่เหมาะต้องจับท่อเล็กสุดได้มั่นคง หมุนท่อใหญ่สุดได้โดยไม่เกินน้ำหนักและแรงเฉื่อย รองรับท่อยาวโดยไม่โก่ง ตัดชิ้นงานจริงได้ตามเกณฑ์ และให้จังหวะโหลด–ตัด–ขนถ่ายตรงกับปริมาณงาน การมีหัวจับมากหรือกำลังสูงกว่าไม่ได้แก้ปัญหาทุกอย่าง หากท่อจริงอยู่นอกช่วงจับ ระบบรองรับไม่พอ หรือคอขวดอยู่ที่การโหลดด้วยเครน

โรงงานเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ท่อกลมและท่อเหลี่ยมผนังบางเป็นล็อตซ้ำ มีโจทย์ต่างจากผู้ผลิตเครื่องจักรเกษตรที่สลับท่อหนา เหล็กราง และโปรไฟล์ขนาดใหญ่ ส่วนผู้รับงานโครงสร้างที่รับท่อยาวและหนักต้องให้ความสำคัญกับการพยุง การแกว่ง และพื้นที่ขนถ่ายมากกว่าความเร็วหัวจับที่วัดโดยไม่มีโหลด

เครื่องตัดท่อเลเซอร์ GWEIKE T2 พร้อมเตียงยาวและระบบหัวจับสำหรับงานท่อโลหะ
เครื่องตัดท่อเป็นทั้งสายการผลิต ไม่ใช่เฉพาะหัวตัด พื้นที่โหลด หัวจับ ตัวรองรับ โซนตัด การรับชิ้นงาน และทางเข้าซ่อมบำรุงต้องถูกวางพร้อมกัน

ข้อมูล 8 ชุดที่ต้องเตรียมก่อนขอราคา

1. วัสดุและความหนาผนังเหล็กกล้าคาร์บอน สเตนเลส อะลูมิเนียม เกรด ผิว และช่วงความหนาที่ผลิตเป็นประจำ
2. หน้าตัดทุกแบบท่อกลม เหลี่ยม ผืนผ้า วงรี เหล็กฉาก ราง ไอบีม หรือโปรไฟล์เปิดที่ใช้งานจริง
3. ขนาดต่ำสุดและสูงสุดเส้นผ่านศูนย์กลาง ด้านกว้าง–สูง และวงกลมครอบของหน้าตัดที่ไม่สมมาตร
4. ความยาวและน้ำหนักความยาววัตถุดิบ kg/m น้ำหนักต่อเส้น ความตรง และตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วง
5. แบบชิ้นงานDXF/DWG พร้อมรู สล็อต รอยต่อ กิ่งท่อ รอยตัดใกล้ปลาย และข้อกำหนดงานบาก
6. ปริมาณและรูปแบบล็อตจำนวนเส้นหรือชิ้นต่อกะ สัดส่วนงานซ้ำ ความถี่เปลี่ยนขนาด และจำนวนผู้ปฏิบัติงาน
7. คุณภาพที่ต้องการมิติ ความตั้งฉาก ครีบ สีขอบ ความพร้อมเชื่อม และวิธีตรวจชิ้นงานประกอบ
8. สภาพโรงงานไฟฟ้า ก๊าซ อากาศอัด เครน พื้นที่ยาว ทางเดินวัสดุ ดูดควัน และจุดเก็บท่อ
รายการท่อแบบย่อมักทำให้เลือกเครื่องผิด: คำว่า “ท่อไม่เกิน 200 mm” ยังไม่บอกว่าคือท่อกลม 200 mm หรือท่อสี่เหลี่ยม 200 × 200 mm ซึ่งมีวงกลมครอบใหญ่กว่า รวมถึงไม่บอกน้ำหนักและความหนาผนังที่หัวจับต้องเร่งและหยุด

รูปทรงท่อและช่วงจับ ต้องดูมากกว่าค่าเส้นผ่านศูนย์กลาง

ท่อปิดรูปทรงปกติ

ท่อกลม เหลี่ยม และผืนผ้ามักจับได้ง่ายกว่า แต่ต้องทดสอบทั้งขนาดต่ำสุดและสูงสุด รวมถึงผนังบางที่อาจยุบจากแรงจับ

โปรไฟล์เปิด

เหล็กฉาก ราง และไอบีมมีความแข็งไม่เท่ากันทุกทิศ การหาศูนย์ การรองรับ และการหมุนต้องยืนยันกับหน้าตัดจริง

หน้าตัดพิเศษ

วงรี โปรไฟล์รีดขึ้นรูป หรือท่อมีตะเข็บเด่นอาจต้องใช้ฐานจับ ซอฟต์แวร์ หรือการตรวจแนวตะเข็บเพิ่มเติม

ตรวจสเปกสองส่วนแยกกันเสมอ: ช่วงที่ปากจับเปิดได้ และช่วงที่ระบบรับรองให้หมุนตัดจริง ตัวเลขสูงสุดของหัวจับไม่ได้หมายความว่าท่อทุกหน้าตัดในขนาดนั้นจะหมุนได้ด้วยความเร็วเดียวกัน ท่อสี่เหลี่ยมยังต้องมีระยะหลบมุมขณะหมุน ส่วนโปรไฟล์เปิดอาจเสียรูปเมื่อแรงจับไม่กระจายเหมาะสม

วิธีทดสอบที่มีประโยชน์: นำท่อเล็กสุด ผนังบางสุด ท่อใหญ่สุด และโปรไฟล์ที่จับยากที่สุดมาทดสอบคนละชิ้น อย่าใช้ท่อกลมขนาดกลางชิ้นเดียวแทนช่วงงานทั้งหมด

ความยาวใช้งาน น้ำหนักต่อเส้น และการโก่งตัว

“รองรับท่อ 6 m” อาจหมายถึงความยาววัตถุดิบ ความยาวตัดที่มีประสิทธิภาพ หรือความยาวที่ปล่อยชิ้นงานได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเท่ากัน ให้ขอแผนผังระยะโหลด ระยะหัวจับ ระยะตัด และระยะขนถ่ายพร้อมขนาดรวมของสายการผลิต ถ้าโรงงานรับวัตถุดิบ 6 m แต่ชิ้นงานยาว 6 m พอดี ต้องเช็กว่าช่วงหัวจับและหางท่อกินความยาวใช้งานไปเท่าไร

น้ำหนักต้องระบุทั้ง kg/m และน้ำหนักรวมต่อเส้น ท่อสองเส้นยาวเท่ากันอาจสร้างภาระต่างกันมากเมื่อหน้าตัดและความหนาผนังต่างกัน ขณะหมุน แรงเฉื่อยและการโก่งไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักเพียงค่าเดียว ระบบลูกกลิ้งรองรับ การยกตาม ความตรงของวัตถุดิบ และความเร็วรอบภายใต้โหลดล้วนส่งผลต่อมิติปลายชิ้นงาน

ชั่งและวัดkg/m น้ำหนักรวม ความยาว ความตรง
จับยึดตรวจแรงจับและการเสียรูป
หมุนจริงดูการแกว่งพร้อมโหลดจริง
ตัดหลายตำแหน่งเทียบมิติหัว–กลาง–ท้ายเส้น

เลือกกำลังเลเซอร์จากผนังท่อและจังหวะงาน

กำลังเลเซอร์สัมพันธ์กับวัสดุ ความหนาผนัง ก๊าซ ความเร็ว และคุณภาพขอบ แต่สำหรับงานท่อ กลไกการหมุนและเวลาจัดตำแหน่งมักมีผลต่อรอบงานมากกว่างานแผ่น รูเล็กจำนวนมาก รอยตัดรอบท่อ และการเปลี่ยนทิศทางทำให้เครื่องไม่สามารถใช้ความเร็วเส้นตรงสูงสุดได้ตลอดเวลา

  1. เริ่มจากความหนาที่ทำเงินเป็นประจำ
    แยกออกจากความหนาสูงสุดที่เจอไม่กี่ครั้งต่อเดือน
  2. เลือกชิ้นงานตัวแทน
    ใช้ไฟล์ที่มีรู สล็อต มุม และรอยต่อเหมือนงานเชื่อมจริง ไม่ใช้เส้นตัดตรงเพียงเส้นเดียว
  3. เทียบกำลังอย่างน้อยสองระดับ
    บันทึกเวลาตัดทั้งชิ้น คุณภาพขอบ ก๊าซ และเวลางานหลังตัด
  4. ดูคอขวดทั้งไลน์
    หากเครื่องรอคนยกท่อหรือรอคัดชิ้นงาน การเพิ่มกำลังอาจไม่เพิ่มชิ้นดีต่อกะ

รายละเอียดหลักการเลือกวัตต์ทั่วไปสามารถอ่านใน คู่มือเลือกกำลังไฟเบอร์เลเซอร์ แต่ค่าความหนาจากเครื่องตัดแผ่นไม่ควรถูกย้ายมาใช้กับท่อโดยตรง เพราะท่อมีความโค้ง ระยะหัวตัดเปลี่ยนตามรูปทรง และมีผนังด้านตรงข้ามที่ต้องป้องกันความเสียหาย

หนึ่ง สอง สาม หรือสี่หัวจับ เลือกจากหน้าที่ ไม่ใช่จำนวน

2 หัวจับ

เป็นโครงสร้างที่พบได้ในงานทั่วไป ช่วยจับและหมุนท่อได้มั่นคงเมื่อช่วงขนาด น้ำหนัก และหางท่ออยู่ในขอบเขตของรุ่น

3 หัวจับ

เพิ่มทางเลือกในการส่งต่อจุดจับ รองรับท่อยาวหรือหนัก และจัดกลยุทธ์ลดหางท่อได้ในบางโครงสร้าง แต่ต้องดูจังหวะการเคลื่อนจริง

4 หัวจับ

เหมาะกับระบบงานหนักบางประเภทที่ต้องพยุงและจับหลายตำแหน่ง การลงทุนจะคุ้มเมื่อสเปกท่อและปริมาณงานต้องใช้ความสามารถนั้นจริง

หัวจับมากขึ้นไม่ได้รับประกันความแม่นยำโดยอัตโนมัติ ให้ดูขนาดปากจับ แรงจับ การชดเชยศูนย์ วิธีส่งต่อชิ้นงาน ช่วงที่หัวตัดเข้าถึงได้ และการประสานกับตัวรองรับ ถ้าตัดท่อผนังบาง แรงจับสูงเกินไปอาจทำให้หน้าตัดเสียรูป ถ้าท่อหนัก ระบบที่จับได้แต่หมุนช้าลงมากอาจไม่ถึงผลผลิตที่คาดไว้

คำถามสำหรับการสาธิต: ขอให้ตัดชิ้นส่วนเดียวกันซ้ำหลายชิ้นจากต้น กลาง และท้ายท่อ แล้ววัดตำแหน่งรู ระยะประกอบ และความคลาดเคลื่อนหลังเปลี่ยนจุดจับ วิธีนี้บอกคุณค่าของโครงสร้างหัวจับได้มากกว่าดูการหมุนเปล่า

หางท่อ ศูนย์หาง และงานบาก ต้องนิยามให้ตรงกัน

คำว่า “หางสั้น” หรือ “หางศูนย์” อาจเป็นค่าทางทฤษฎีภายใต้รูปทรงและลำดับตัดเฉพาะ ไม่ใช่เศษเฉลี่ยของทุกออเดอร์ ก่อนเปรียบเทียบ ให้ขอคำจำกัดความว่าเป็นระยะจากปลายท่อถึงรอยตัดสุดท้าย หรือเป็นน้ำหนักเศษรวมหลัง nesting และถามว่าต้องใช้อุปกรณ์เสริมหรือโหมดจับพิเศษหรือไม่

TG‑E ระบุเทคโนโลยีหัวจับหน้าเคลื่อนเกินระยะและหางขั้นต่ำ 30 mm ในเงื่อนไขของรุ่น ส่วนหน้า TF ในเว็บไซต์ไทยระบุหางขั้นต่ำ 30 mm และมีชุดจับเสริมแบบเซอร์โวสำหรับงานที่ต้องลดเศษมากขึ้น ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกย้ายไปใช้กับรุ่นอื่น ให้ทดสอบด้วยความยาวชิ้นงานและแผน nesting ของโรงงาน

งานบากสำหรับเตรียมเชื่อมต้องระบุมุม ช่วงความหนา รูปทรงรอยต่อ ระยะราก และเกณฑ์ประกอบ หัวตัดบากเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ซอฟต์แวร์ การชดเชยผิวโค้ง ระยะหัวตัด และการสอบเทียบแกนมีผลร่วมกัน หากโรงงานไม่ทำงานบากเป็นประจำ การเพิ่มออปชันอาจสร้างต้นทุนและภาระฝึกอบรมโดยไม่คืนประโยชน์

หัวจับหน้าแบบเยื้องศูนย์ของเครื่องตัดท่อ GWEIKE TF สำหรับลดเศษปลายท่อ
การลดหางท่อต้องรักษาการจับยึดช่วงตัดสุดท้ายให้มั่นคง ควรตรวจทั้งเศษที่เหลือ คุณภาพชิ้นสุดท้าย และเวลารอบ ไม่ดูความยาวหางเพียงค่าเดียว

ระบบโหลดอัตโนมัติคุ้มเมื่อจังหวะงานซ้ำมากพอ

ระดับการโหลดเหมาะกับสถานการณ์ข้อจำกัดที่ต้องตรวจข้อมูลสำหรับคำนวณ
ใช้แรงงานหรือเครนล็อตเล็ก เปลี่ยนท่อบ่อย โปรไฟล์หลากหลาย หรือท่อหนักที่มีเครนอยู่แล้วเวลารอ ความปลอดภัย รอยกระแทก และจำนวนคนต่อกะนาทีต่อการโหลดหนึ่งเส้น จำนวนเส้นต่อกะ และเวลาที่หัวตัดรอ
กึ่งอัตโนมัติงานผสมที่ต้องการลดแรงยก แต่ยังต้องให้คนจัดชุดและยืนยันหน้าตัดช่วงขนาดที่โมดูลรองรับ การเปลี่ยนงาน และพื้นที่พักท่อเวลาจัดชุด เวลาป้อนสำเร็จ และจำนวนครั้งที่ต้องแก้ด้วยมือ
อัตโนมัติเต็มรูปแบบท่อมาตรฐาน ล็อตซ้ำ ปริมาณกลางถึงสูง และหลายกะท่อพันกัน โปรไฟล์พิเศษ ผิวเป็นรอย การแยกชิ้นงาน และคอขวดปลายไลน์ผลผลิตจริง ชั่วโมงเดินเครื่อง ค่าแรง ของเสีย เวลาหยุด และต้นทุนพื้นที่

อย่าคำนวณคืนทุนจากจำนวนคนที่ “คาดว่าจะลด” เพียงอย่างเดียว ให้จับเวลาปัจจุบันตั้งแต่หยิบท่อจนวางชิ้นงานสำเร็จ หากเครื่องตัดใช้เวลา 10 นาทีต่อเส้นแต่คนโหลดเสร็จใน 2 นาที ระบบอัตโนมัติอาจไม่เพิ่มผลผลิต ในทางกลับกัน หากหัวตัดหยุดรอท่อเป็นประจำ การแก้คอขวดการโหลดอาจคุ้มกว่าขยับกำลังเลเซอร์

ตัวอย่างการจับคู่แนวงานกับตระกูลเครื่อง GWEIKE

ตารางนี้ใช้เพื่อสร้างรายชื่อรุ่นสำหรับทดลอง ไม่ใช่คำแนะนำสุดท้าย รุ่นย่อยและออปชันต้องตรวจจากเอกสารเสนอราคาปัจจุบัน เพราะช่วงกำลัง หัวจับ และโมดูลโหลดอาจแตกต่างกัน

แนวทางข้อมูลจากหน้าผลิตภัณฑ์งานที่ควรนำมาทดลองจุดที่ไม่ควรเหมารวม
TG‑E 6012/6016
ท่อทั่วไปและพื้นที่จำกัด
1.5/3 kW, ท่อกลม Φ10–120/160 mm, เหลี่ยมถึง 120/160 mm, 6.5 m, 80 kg ต่อเส้นเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ออกกำลัง ราว และฮาร์ดแวร์ที่ใช้ท่อขนาดซ้ำไม่ใช่เครื่องงานหนัก หาง 30 mm ต้องยืนยันกับไฟล์และลำดับตัดจริง
T2 6024/6036
งานท่อและโปรไฟล์ทั่วไป
ช่วงกลม 20–240/350 mm, ความยาวตัด 6.5 m, 300/500 kg ต่อเส้น พร้อมตัวเลือกกำลังตามรุ่นท่อกลม เหลี่ยม ผืนผ้า รวมถึงโปรไฟล์โครงสร้างที่อยู่ในช่วงรับรองความเร็วรอบสูงสุดลดความหมายลงเมื่อท่อหนัก ต้องดูผลภายใต้โหลด
T3 สามหัวจับ
ท่อยาวและงานหนัก
รุ่นย่อยครอบคลุมช่วง 30–600 mm, กำลัง 3–30 kW, ระยะปล่อยได้ถึง 12.5 m และน้ำหนัก 1,200–3,000 kgโครงสร้าง เครื่องจักรหนัก และโปรไฟล์ยาวที่ต้องตรวจความมั่นคงหลายจุดตัวเลขต่างกันตามรุ่นย่อย ห้ามรวมช่วงสูงสุดทุกคอลัมน์เป็นเครื่องเดียว
TF หัวจับหน้า
ท่อเล็กถึงกลางและลดหาง
หน้าไทยระบุรุ่น 6012/6016, ช่วง Φ10–120/160 mm, 6.5 m, 80 kg และตัวเลือกโหลดล็อตซ้ำที่ต้นทุนเศษปลายสูงและต้องการตัดช่วงสุดท้ายให้มั่นคงประเมินมูลค่าเศษจริงต่อเดือน ไม่ซื้อระบบหางสั้นจากตัวเลขสาธิตอย่างเดียว
วิดีโอสาธิตเครื่องตัดท่อเลเซอร์งานหนัก GWEIKE T3

ดูการทำงานของ T3

วิดีโอช่วยตรวจโครงสร้างและการเคลื่อนที่ของท่อยาว แต่ไม่ได้แทนการทดสอบน้ำหนัก หน้าตัด และแบบชิ้นงานของโรงงาน

ดูหน้าผลิตภัณฑ์ T3
เครื่องตัดท่อเลเซอร์ GWEIKE TG-E สำหรับท่อทั่วไปและพื้นที่โรงงานจำกัด

TG‑E สำหรับงานทั่วไป

โครงสร้างกะทัดรัดและแนวคิดลดหางเหมาะเป็นตัวเลือกเริ่มต้นเมื่อขนาดและน้ำหนักท่ออยู่ในช่วงของรุ่น อย่านำไปเทียบกับ T3 เฉพาะราคาหรือกำลัง

อ่านข้อมูล TG‑E จาก GWEIKE

ทดลองตัดและรับเครื่องด้วยไฟล์ของโรงงาน

  • ทดสอบท่อเล็กสุด ใหญ่สุด หนักสุด และหน้าตัดที่จับยากที่สุด
  • ใช้เกรด ความหนา ตะเข็บ และความตรงจากผู้ขายวัตถุดิบจริง
  • ตัดชิ้นงานซ้ำจากต้น กลาง และท้ายเส้น
  • บันทึกเวลาโหลด จับศูนย์ เจาะ ตัด ขนถ่าย และเปลี่ยนงาน
  • วัดรู สล็อต ความยาว มุม และตำแหน่งรอบท่อ
  • ทดลองชิ้นส่วนประกบหรือฟิกซ์เจอร์เชื่อมของจริง
  • ชั่งเศษปลายรวมต่อแผน nesting ไม่ดูเฉพาะชิ้นสุดท้าย
  • ตรวจรอยกด รอยขีด การยุบ และการแกว่งขณะหมุน
  • ยืนยันก๊าซ หัวฉีด โฟกัส ซอฟต์แวร์ และออปชันที่ใช้ทดสอบ
  • ขอรายการบำรุงรักษา อะไหล่ การฝึกอบรม และเงื่อนไขบริการ

สำหรับโรงงานในไทย ควรสำรวจพื้นที่พร้อมทางเข้าท่อยาว จุดกลับรถ เครนหรือรถยก ระยะวางชุดโหลด ระบบไฟฟ้า ก๊าซ อากาศอัด และการดูดควัน GWEIKE มีตัวแทนหรือทีมบริการในไทย แต่รายละเอียดการติดตั้ง การฝึกอบรม อะไหล่ พื้นที่ครอบคลุม และเวลาตอบสนองต้องยืนยันผ่านช่องทางทางการก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเลือกเครื่องตัดท่อเลเซอร์

ควรเลือกจำนวนหัวจับจากอะไร?

ดูช่วงขนาด น้ำหนัก ความยาว การโก่งตัว ตำแหน่งรอยตัด หางท่อ และความมั่นคงที่ต้องการ มากกว่าดูจำนวนเพียงอย่างเดียว งานทั่วไปอาจใช้สองหัวจับได้ดี ส่วนท่อยาวหรือหนักอาจได้ประโยชน์จากสามหรือสี่หัวจับเมื่อโครงสร้างรองรับจริง ให้ยืนยันด้วยการตัดซ้ำจากต้น กลาง และท้ายท่อ

งานหางสั้นหรือศูนย์หางเหมาะกับใคร?

เหมาะเมื่อวัสดุมีราคาสูง ใช้ท่อจำนวนมาก และเศษปลายรวมต่อเดือนมีมูลค่ามากพอ แต่ต้องตรวจนิยามหาง อุปกรณ์เสริม ลำดับจับ และคุณภาพชิ้นสุดท้าย ระบบหางสั้นไม่จำเป็นสำหรับทุกโรงงาน หากล็อตเล็กหรือเศษเดิมถูกนำไปใช้ต่อได้ ผลตอบแทนอาจจำกัด

ระบบโหลดอัตโนมัติคุ้มเมื่อใด?

มักคุ้มเมื่อท่อมีสเปกซ้ำ ล็อตกลางถึงใหญ่ เดินหลายกะ และเครื่องหยุดรอการโหลดเป็นประจำ ให้คำนวณจากเวลาปัจจุบัน ผลผลิต ค่าแรง ของเสีย พื้นที่ และเวลาหยุดจริง หากเปลี่ยนโปรไฟล์บ่อยหรือใช้ท่อหนักหลายแบบ ระบบกึ่งอัตโนมัติหรือเครนอาจยืดหยุ่นกว่า

เปรียบเทียบรุ่นจากสเปกท่อของคุณ

ส่งวัสดุและเกรด ความหนาผนัง หน้าตัด ขนาดต่ำสุด–สูงสุด ความยาว kg/m น้ำหนักต่อเส้น DXF/DWG ปริมาณต่อกะ ข้อกำหนดหางท่อ งานบาก ก๊าซ พื้นที่ และวิธีโหลด ทีมงานจะใช้ข้อมูลชุดเดียวกันเพื่อจัดรุ่นสำหรับทดลอง เริ่มประเมินได้ด้วยการส่ง Tube Matrix และแบบชิ้นงานผ่านแบบฟอร์ม หรือคุยกับทีมงานทาง LINE, WhatsApp, โทรศัพท์และอีเมล รายละเอียดรุ่น ราคา ระบบขนถ่าย การติดตั้งและบริการในไทยให้ยึดตามข้อเสนอของโครงการ ในข้อความแรกให้ระบุ หน้าตัด ความยาว น้ำหนักต่อท่อและวิธีโหลด เพื่อให้การตอบกลับเริ่มจากโจทย์เดียวกัน

ขอคำแนะนำและวางแผนทดลองตัดท่อ