คู่มือคำนวณต้นทุนสำหรับโรงงานโลหะในประเทศไทย

ต้นทุนการตัดด้วยไฟเบอร์เลเซอร์ คำนวณจากอะไรบ้าง?

ต้นทุนไม่ได้จบที่ค่าไฟและก๊าซ ถ้าเครื่องตัดเร็วแต่รอโหลดแผ่นนาน มีชิ้นงานเสีย หรือหยุดเพราะหัวฉีดและกระจกป้องกัน ต้นทุนต่อชิ้นยังสูงได้ วิธีที่ใช้งานได้จริงคือรวมค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงแล้วหารด้วย “จำนวนชิ้นดี” ที่ส่งต่อกระบวนการถัดไปได้

กำหนดขอบเขตก่อนแยกต้นทุนกระบวนการตัดออกจากค่าวัตถุดิบ หรือรวมทั้งสองส่วนให้ชัดก่อนเทียบราคา
ใช้ข้อมูลจากโรงงานดึงค่าไฟ ก๊าซ ค่าแรง เวลาเดินเครื่อง ของเสีย และค่าบำรุงรักษาจากบิลกับบันทึกจริง
หารด้วยชิ้นดีจำนวนชิ้นที่ผ่านเกณฑ์สำคัญกว่าความเร็วตัดสูงสุดหรือจำนวนชิ้นที่เริ่มผลิต

สูตรต้นทุนการตัดด้วยไฟเบอร์เลเซอร์แบบสั้น

ต้นทุนกระบวนการต่อชิ้น = ต้นทุนเครื่องต่อชั่วโมง ÷ จำนวนชิ้นดีต่อชั่วโมง ส่วนต้นทุนรวมต่อชิ้น = ต้นทุนกระบวนการต่อชิ้น + ค่าวัตถุดิบสุทธิต่อชิ้น + ค่าเตรียมงาน/ของเสีย/งานแก้ที่จัดสรรให้ชิ้นนั้น

คำว่า “ต้นทุนเครื่องต่อชั่วโมง” ต้องรวมไฟฟ้า ก๊าซ วัสดุสิ้นเปลือง แรงงาน บำรุงรักษา ค่าเครื่องและระบบสนับสนุน ไม่ใช่นำกำลังเลเซอร์คูณค่าไฟอย่างเดียว ส่วนจำนวนชิ้นดีต้องนับหลังผ่านเกณฑ์คุณภาพ ไม่ใช่จำนวนชิ้นที่ตัดออกจากแผ่น

เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์อุตสาหกรรมที่ต้องรวมค่าเครื่อง ก๊าซ ไฟฟ้า และแรงงานในการคำนวณต้นทุน
ราคาเครื่องเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนการผลิต ต้องคิดร่วมกับระบบก๊าซ ไฟฟ้า วัสดุสิ้นเปลือง แรงงาน และเวลาที่เครื่องพร้อมทำงาน ภาพจากเว็บไซต์ GWEIKE ภาษาอังกฤษ

เริ่มจากกำหนดว่า “ต้นทุน” ที่ต้องการคือค่าอะไร

ต้นทุนกระบวนการตัด

รวมเฉพาะค่าใช้เครื่อง ก๊าซ ไฟฟ้า แรงงาน วัสดุสิ้นเปลือง บำรุงรักษา และค่าเสื่อม เหมาะสำหรับเทียบเครื่องหรือเทียบวิธีผลิต

ต้นทุนชิ้นงานรวมวัสดุ

นำต้นทุนกระบวนการไปรวมกับราคาแผ่น เศษที่ใช้ต่อได้หรือขายคืน ของเสีย และงานแก้ เหมาะสำหรับตั้งราคาขายหรือดูมาร์จินของคำสั่งซื้อ

ต้นทุนเพิ่มจากคำสั่งซื้อหนึ่งงาน

ใช้ตัดสินใจรับงานเร่ง งานล็อตเล็ก หรือการใช้กำลังผลิตที่ยังว่าง โดยแยกค่าใช้จ่ายที่เกิดเพิ่มออกจากต้นทุนคงที่

ต้นทุนรวมตลอดอายุเครื่อง

รวมเงินลงทุน การติดตั้ง ดอกเบี้ย ระบบไฟฟ้า ก๊าซ บริการ อะไหล่ การหยุดเครื่อง และมูลค่าคงเหลือ เหมาะสำหรับเปรียบเทียบโครงการลงทุน

อย่าใช้ต้นทุนคนละขอบเขตมาเทียบกัน: ราคาตัดจากผู้รับจ้างอาจรวมวัสดุ ขนส่ง และกำไรแล้ว ขณะที่ต้นทุนในโรงงานอาจยังไม่รวมค่าเสื่อม ของเสีย หรือเวลาว่าง หากไม่กำหนดขอบเขต ตัวเลขที่ดูต่ำกว่าอาจไม่ได้หมายถึงต้นทุนจริงต่ำกว่า

รายการต้นทุนที่ต้องเก็บก่อนคำนวณ

รายการแหล่งข้อมูลในโรงงานวิธีแปลงเป็นบาทต่อชั่วโมงจุดที่มักคำนวณพลาด
ไฟฟ้ามิเตอร์ย่อย ข้อมูลเครื่อง และใบแจ้งค่าไฟล่าสุดกำลังไฟเฉลี่ยที่ใช้จริง (kW) × อัตราค่าไฟที่เกี่ยวข้อง (THB/kWh)ใช้กำลังแสงของเลเซอร์แทนโหลดรวมของเครื่อง ชิลเลอร์ ดูดควัน และเครื่องอัดอากาศ
ก๊าซช่วยตัดใบเสนอราคาก๊าซ อัตราการไหล บันทึกถัง/ของเหลว/ระบบผลิตก๊าซต้นทุนก๊าซในช่วงผลิต ÷ ชั่วโมงตัดจริงของงานนั้นหารด้วยเวลาที่เครื่องเปิดแทนเวลาที่มีการใช้ก๊าซ หรือไม่แยกวัสดุและความหนา
วัสดุสิ้นเปลืองประวัติเปลี่ยนหัวฉีด กระจกป้องกัน เลนส์ ฟิลเตอร์ และอะไหล่สึกหรอค่าใช้จ่ายในรอบเวลา ÷ ชั่วโมงตัดในรอบเดียวกันนับเฉพาะหัวฉีด แต่ไม่รวมความเสียหายจากลมไม่สะอาดหรือการชนหัวตัด
แรงงานค่าแรง สวัสดิการ เบี้ยกะ และเวลาของผู้ปฏิบัติงาน/จัดการวัสดุต้นทุนแรงงานต่อกะ ÷ ชั่วโมงผลิต หรือแบ่งตามจำนวนเครื่องที่ดูแลจริงคิดเฉพาะเวลาตัด แต่ไม่รวมโหลดแผ่น แยกชิ้น ตรวจคุณภาพ และเก็บเศษ
บำรุงรักษาและบริการสัญญาบริการ อะไหล่ ค่าเดินทาง และประวัติซ่อมค่าใช้จ่ายตามแผนและค่าเฉลี่ยซ่อม ÷ ชั่วโมงผลิตที่ใช้วางแผนตั้งค่าเป็นศูนย์เพราะเครื่องยังใหม่ แล้วไม่สะสมงบสำหรับปีถัดไป
ค่าเสื่อมและเงินทุนราคาติดตั้งรวม ดอกเบี้ย อายุใช้งานตามนโยบายบัญชี และมูลค่าคงเหลือต้นทุนลงทุนสุทธิ ÷ ชั่วโมงผลิตตลอดช่วงที่ใช้คิดต้นทุนใช้ชั่วโมงตามปฏิทินทั้งปี แม้เครื่องมีเวลาว่าง หยุดซ่อม และวันหยุด
ของเสียและงานแก้รายงานคุณภาพ เศษเสีย งานตัดซ้ำ และเวลางานหลังตัดมูลค่าของเสียและงานแก้ ÷ จำนวนชิ้นดี หรือกระจายกลับเป็นต้นทุนต่อชั่วโมงหารด้วยจำนวนชิ้นที่เริ่มผลิต ทำให้ต้นทุนต่อชิ้นต่ำกว่าความเป็นจริง
เวลาหยุดและค่าโสหุ้ยบันทึกหยุดเครื่อง พื้นที่ ค่าเช่า ระบบดูดควัน ซอฟต์แวร์ และการควบคุมคุณภาพเลือกวิธีจัดสรรที่โรงงานใช้เหมือนกันทุกเครื่องและทุกคำสั่งซื้อละเลยเวลารอแบบ รอวัสดุ หรือรอรถยก ทั้งที่เครื่องยังมีค่าเสื่อมและแรงงาน

เครื่องคำนวณต้นทุนต่อชั่วโมงและต่อชิ้น

กรอกตัวเลขจากบิล ใบเสนอราคา และบันทึกการผลิตของโรงงาน ช่องทั้งหมดใช้หน่วยบาทต่อชั่วโมง ยกเว้นจำนวนชิ้นดีและค่าวัตถุดิบสุทธิต่อชิ้น เครื่องมือนี้ใช้จัดกรอบเบื้องต้น ไม่ใช่ใบเสนอราคาหรือผลรับรองทางบัญชี

สูตรที่ใช้ ต้นทุนกระบวนการต่อชั่วโมง = ไฟฟ้า + ก๊าซ + วัสดุสิ้นเปลือง + แรงงาน + บำรุงรักษา/ค่าเสื่อม + ค่าใช้จ่ายอื่น ต้นทุนรวมต่อชิ้นดี = (ต้นทุนกระบวนการต่อชั่วโมง ÷ ชิ้นดีต่อชั่วโมง) + ค่าวัตถุดิบสุทธิต่อชิ้น

กรอกข้อมูลจริงของโรงงาน

ไม่ใส่ค่าเริ่มต้นเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ราคากลางที่ไม่ตรงกับพื้นที่ สัญญาก๊าซ ประเภทผู้ใช้ไฟ หรือวิธีคิดบัญชีของโรงงาน

<input id="cost-electric" inputmode="decimal" type="number" min="0" step="0.01" data-cost-field="electric" placeholder="กรอกจากข้อมูลจริง">
<input id="cost-gas" inputmode="decimal" type="number" min="0" step="0.01" data-cost-field="gas" placeholder="แยกตามวัสดุและความหนา">
<input id="cost-consumables" inputmode="decimal" type="number" min="0" step="0.01" data-cost-field="consumables" placeholder="ใช้ค่าเฉลี่ยจากประวัติเปลี่ยน">
<input id="cost-labor" inputmode="decimal" type="number" min="0" step="0.01" data-cost-field="labor" placeholder="รวมโหลด แยก และตรวจงาน">
<input id="cost-fixed" inputmode="decimal" type="number" min="0" step="0.01" data-cost-field="fixed" placeholder="รวมบริการ ค่าเสื่อม และเงินทุน">
<input id="cost-other" inputmode="decimal" type="number" min="0" step="0.01" data-cost-field="other" placeholder="พื้นที่ ซอฟต์แวร์ คุณภาพ ฯลฯ">
<input id="good-parts" inputmode="decimal" type="number" min="0" step="0.01" data-cost-field="parts" placeholder="ใช้ผลผลิตหลังตรวจคุณภาพ">
<input id="material-part" inputmode="decimal" type="number" min="0" step="0.01" data-cost-field="material" placeholder="หักมูลค่าเศษตามวิธีของโรงงาน">
ต้นทุนกระบวนการต่อชั่วโมงกรอกข้อมูล
ต้นทุนกระบวนการต่อชิ้นดีกรอกจำนวนชิ้นดี
ต้นทุนรวมต่อชิ้นดีกรอกจำนวนชิ้นดี

ผลลัพธ์ไม่รวมภาษี กำไร ค่าขนส่ง หรือรายการอื่นที่โรงงานไม่ได้กรอก และจะคำนวณต่อชิ้นเมื่อจำนวนชิ้นดีต่อชั่วโมงมากกว่า 0

การเปลี่ยนหัวฉีดเครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง
หัวฉีด กระจกป้องกัน และชิ้นส่วนสึกหรอต้องใช้ข้อมูลการเปลี่ยนจริง ไม่ควรตั้งต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองเป็นศูนย์เพียงเพราะเครื่องยังใหม่ ภาพจากเว็บไซต์ GWEIKE ภาษาอังกฤษ

ข้อมูลที่โรงงานในประเทศไทยควรใช้แทนราคากลาง

  1. ค่าไฟจากใบแจ้งล่าสุดและมิเตอร์ย่อย
    ใช้ประเภทผู้ใช้ไฟ ค่า Ft ค่าความต้องการไฟฟ้า และรายการที่เกี่ยวข้องตามบิลของสถานประกอบการ พร้อมวัดโหลดเฉลี่ยของเครื่อง ชิลเลอร์ ดูดควัน และเครื่องอัดอากาศในช่วงผลิตจริง
  2. ก๊าซจากใบเสนอราคาที่ตรงกับรูปแบบจัดหา
    ถัง แพ็กก๊าซ ถังเหลว หรือระบบผลิตก๊าซมีต้นทุนลงทุนและต้นทุนเดินเครื่องต่างกัน แยกข้อมูลตามออกซิเจน ไนโตรเจน และอากาศอัด รวมค่าขนส่งหรือค่าเช่าที่เกิดขึ้นจริง
  3. ค่าแรงรวมเวลาจัดการวัสดุ
    นอกจากผู้ควบคุมเครื่อง ให้เก็บเวลารถยก โหลดแผ่น แยกชิ้น ลอกฟิล์ม ตรวจงาน และเก็บเศษ หากคนหนึ่งดูแลหลายเครื่อง ให้แบ่งต้นทุนตามเวลาที่ใช้จริง
  4. ชั่วโมงผลิตที่ทำได้จริง
    วันทำงานหนึ่งกะไม่ได้แปลว่าเครื่องตัดครบทุกชั่วโมง หักเวลาเตรียมแบบ ตั้งงาน เปลี่ยนก๊าซ บำรุงรักษา รอวัสดุ และหยุดผิดปกติก่อนใช้เป็นฐานค่าเสื่อม
เหตุผลที่บทความนี้ไม่ใส่ค่าไฟหรือราคาก๊าซตายตัว: อัตราแตกต่างตามพื้นที่ ประเภทผู้ใช้ สัญญา ปริมาณ และช่วงเวลา ตัวเลขจากโรงงานอื่นอาจใช้เป็นแนวคิดได้ แต่อย่านำไปตั้งราคาขายโดยไม่ตรวจบิลของตนเอง

ต้นทุนก้อนใดสำคัญในงานแต่ละประเภท

อุปกรณ์ครัวและตู้สเตนเลส

ไนโตรเจนและการใช้แผ่นให้คุ้มมักมีผลมาก ตรวจด้วยว่าขอบสะอาดช่วยลดการเจียรหรือเตรียมผิวได้จริงแค่ไหน อย่าดูเฉพาะเวลาตัด

โครงสร้างเหล็กและเครื่องจักรกล

งานแผ่นหนามีเวลาเจาะ ตะกรัน และการเตรียมขอบก่อนเชื่อมเข้ามาเกี่ยวข้อง ค่าออกซิเจนอาจไม่ใช่ต้นทุนใหญ่ที่สุดหากงานหลังตัดใช้แรงงานมาก

โรงงานรับจ้างตัดหลายงาน

ล็อตเล็กและการเปลี่ยนงานบ่อยทำให้เวลาเขียนโปรแกรม ตั้งค่า แยกชิ้น และจัดคิวมีสัดส่วนสูง ค่าตั้งงานต้องกระจายตามจำนวนชิ้น ไม่เช่นนั้นงานจำนวนน้อยจะถูกตีราคาต่ำเกินไป

ชิ้นส่วนยานยนต์ปริมาณสูง

อัตราของเสีย เวลารอบรวม และการพร้อมใช้งานของเครื่องมีผลมากกว่าความเร็วตัดเส้นตรง ระบบอัตโนมัติคุ้มเมื่อช่วยให้ชิ้นดีต่อกะเพิ่มขึ้นอย่างวัดได้

ต้นทุนที่มักหายไปจากตารางคำนวณ

  • เวลารอแบบหรือโปรแกรม: เครื่องพร้อมแต่เริ่มตัดไม่ได้ ค่าเสื่อมและแรงงานยังเดินต่อ
  • เศษที่เกิดจากการจัดวาง: วัตถุดิบมักมีมูลค่าสูงกว่าค่าไฟ การปรับ nesting เพียงเล็กน้อยจึงอาจมีผลมากกว่าการลดเวลาตัดไม่กี่วินาที
  • การเจาะและเคลื่อนที่ว่าง: งานที่มีรูจำนวนมากอาจใช้เวลาเจาะรวมสูง แม้ระยะตัดไม่ยาว
  • งานเก็บขอบ: ตะกรัน ออกไซด์ หรือรอยไหม้เปลี่ยนเป็นค่าแรง งานค้าง และเวลาส่งมอบ
  • การตัดซ้ำและของเสีย: ต้องกระจายต้นทุนชิ้นเสียกลับไปยังชิ้นดี ไม่แยกทิ้งจากรายงานต้นทุน
  • หยุดรออะไหล่หรือบริการ: ต้นทุนไม่ได้มีเฉพาะค่าซ่อม แต่รวมยอดผลิตที่หายไปและเวลาส่งมอบที่เสี่ยงล่าช้า
  • งานติดตั้งที่ไม่อยู่ในใบเสนอราคา: ระบบไฟฟ้า ก๊าซ พื้นที่ ฐานเครื่อง ดูดควัน อบรม และขนย้ายอาจเป็นเงินลงทุนก่อนเริ่มผลิต

ลดต้นทุนโดยไม่ลดคุณภาพ เริ่มจากจุดไหน

  1. วัดต้นทุนแยกตามวัสดุและความหนา
    อย่าใช้ค่าเฉลี่ยเดียวกับทุกงาน สเตนเลสที่ใช้ไนโตรเจนและเหล็กกล้าคาร์บอนที่ใช้ออกซิเจนมีโครงสร้างต้นทุนต่างกัน
  2. ลดเศษก่อนเพิ่มความเร็ว
    ทบทวนการจัดวาง ระยะห่าง ทิศทางชิ้นงาน และการนำเศษกลับใช้ ผลประหยัดวัตถุดิบเห็นได้ตรงในต้นทุนชิ้นงาน
  3. ปรับพารามิเตอร์จากชิ้นดี
    ความเร็วที่สูงขึ้นไม่มีประโยชน์หากตะกรันเพิ่มจนต้องเจียรหรือเกิดของเสีย บันทึกกำลัง ความเร็ว ก๊าซ โฟกัส หัวฉีด และผลตรวจไว้เป็นชุดเดียวกัน
  4. ลดเวลารอระหว่างกระบวนการ
    จับเวลาตั้งแต่รับแผ่นจนส่งชิ้นงานออก ไม่วัดเฉพาะ laser-on time แล้วแก้คอขวดที่รถยก โต๊ะสลับ การแยกชิ้น หรือโปรแกรมก่อนลงทุนเพิ่มกำลัง
  5. บำรุงรักษาตามสภาพและข้อมูล
    ตรวจหัวฉีด การตั้งศูนย์ กระจกป้องกัน ลม และระบบดูดควันตามแผน การเปลี่ยนชิ้นส่วนราคาต่ำก่อนเสียหายต่อเนื่องอาจลดทั้งของเสียและเวลาหยุด

ระบบโหลดอัตโนมัติลดต้นทุนเมื่อแก้คอขวดจริง

ระบบอัตโนมัติไม่ได้ทำให้ต้นทุนลดลงเพียงเพราะใช้คนน้อยลง ต้องดูว่าเครื่องเดิมรอโหลดแผ่นนานแค่ไหน ทำกี่กะ ชิ้นงานมีขนาดและล็อตเหมาะกับระบบหรือไม่ และหลังตัดมีคนหรืออุปกรณ์รับงานทันหรือเปล่า เงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นต้องเปลี่ยนเป็นชั่วโมงผลิตหรือชิ้นดีที่เพิ่มขึ้นอย่างวัดได้

เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์ LF6025 GAS พร้อมระบบโหลดและขนถ่ายแผ่นอัตโนมัติ
ตัวอย่าง LF6025 GAS พร้อมโหลดและขนถ่ายอัตโนมัติวิดีโอแสดงรูปแบบการจัดการแผ่นอัตโนมัติ แต่ไม่ได้ระบุต้นทุนแรงงาน เวลารอ หรือ ROI ของโรงงานใด จึงใช้ทำความเข้าใจขั้นตอนงาน ไม่ใช่หลักฐานว่าระบบจะคืนทุนภายในระยะเวลาหนึ่ง
กรอบคำนวณระยะคืนทุนของระบบอัตโนมัติ เงินประหยัดต่อเดือน = ค่าแรงและ OT ที่ลดได้ + มูลค่าชิ้นดีที่เพิ่มขึ้น − ค่าไฟ/บำรุงรักษา/เงินทุนที่เพิ่มขึ้น ระยะคืนทุนโดยประมาณ = เงินลงทุนเพิ่ม ÷ เงินประหยัดสุทธิต่อเดือน

หากยังไม่มีข้อมูลชั่วโมงรอโหลดและจำนวนชิ้นดีต่อกะ ให้เก็บข้อมูลก่อนตัดสินใจ ดู วิดีโอสาธิตเครื่องและระบบอัตโนมัติ เพื่อเตรียมคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงาน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต้นทุนการตัดไฟเบอร์เลเซอร์

ต้นทุนการตัดไฟเบอร์เลเซอร์ประกอบด้วยอะไร?

ต้นทุนงานตัดประกอบด้วยไฟฟ้า ก๊าซช่วยตัด วัสดุสิ้นเปลือง แรงงาน การบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ย พื้นที่และระบบสนับสนุน เวลาตั้งงาน ของเสีย งานแก้ และเวลาที่เครื่องหยุด หากต้องการต้นทุนรวมของชิ้นงาน ให้บวกค่าวัตถุดิบและเศษที่ขายคืนหรือใช้ต่อได้ด้วย

จะคำนวณต้นทุนต่อชิ้นอย่างไร?

รวมต้นทุนต่อชั่วโมงทั้งหมดแล้วหารด้วยจำนวนชิ้นดีที่ผลิตได้จริงต่อชั่วโมง จากนั้นบวกค่าวัตถุดิบต่อชิ้น ค่าเตรียมงานที่กระจายตามขนาดล็อต ของเสีย และงานแก้ อย่าใช้ความเร็วตัดเส้นตรงแทนเวลารอบ เพราะยังไม่รวมการโหลด เจาะ เคลื่อนที่ และขนถ่าย

วิธีใดช่วยลดต้นทุนโดยไม่ลดคุณภาพ?

เริ่มจากลดเศษด้วยการจัดวางชิ้นงาน ปรับพารามิเตอร์และก๊าซจากผลทดสอบ ลดเวลารอระหว่างโหลดกับขนถ่าย คุมหัวฉีดและกระจกป้องกันตามสภาพ และติดตามจำนวนชิ้นดีต่อชั่วโมง หากระบบอัตโนมัติช่วยแก้คอขวดจริงจึงค่อยนำเงินลงทุนมาเทียบกับแรงงานและเวลาที่ลดได้

เครื่องกำลังสูงทำให้ต้นทุนต่อชิ้นต่ำลงเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป กำลังสูงอาจลดเวลาตัดในงานที่เหมาะ แต่เพิ่มเงินลงทุน โหลดไฟฟ้า ระบบก๊าซ และค่าเสื่อมราคา หากเครื่องรอโหลด รอแบบ หรือมีงานไม่พอ ความเร็วที่เพิ่มขึ้นจะไม่กลายเป็นจำนวนชิ้นดี โรงงานต้องเทียบเวลารอบรวมและอัตราการใช้งานจริง

ต้องการประเมินต้นทุนจากงานของโรงงาน?

ส่งวัสดุและเกรด ความหนา ขนาดแผ่น ไฟล์ DXF/DWG ปริมาณต่อวัน ก๊าซที่มี เวลาทำงาน เป้าหมายคุณภาพ และขั้นตอนโหลด/ขนถ่าย ทีมงานจะช่วยจัดข้อมูลที่ต้องใช้ทดสอบเวลารอบและประเมินต้นทุน โดยยืนยันขอบเขตบริการในประเทศไทยก่อนดำเนินงาน

นำข้อมูลต้นทุนและปริมาณงานส่งผ่านแบบฟอร์ม หรือสอบถามทาง LINE, WhatsApp, โทรศัพท์และอีเมล ขอใบเสนอราคาที่ระบุ Configuration, สมมติฐาน การติดตั้ง Training และบริการในประเทศไทยให้ครบ ในข้อความแรกให้ระบุ ค่าไฟ ก๊าซ Consumable และชิ้นดีต่อชั่วโมง เพื่อให้การตอบกลับเริ่มจากโจทย์เดียวกัน

บทความและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

[xss_clean] (function(){ const root=document.querySelector('[data-cost-calculator]'); if(!root)return; const fields={}; root.querySelectorAll('[data-cost-field]').forEach(function(input){fields[input.dataset.costField]=input;}); const outputs={}; root.querySelectorAll('[data-cost-output]').forEach(function(output){outputs[output.dataset.costOutput]=output;}); const money=new Intl.NumberFormat('th-TH',{style:'currency',currency:'THB',minimumFractionDigits:2,maximumFractionDigits:2}); function value(name){const n=parseFloat(fields[name].value);return Number.isFinite(n)&&n>=0?n:0;} function update(){ const hourly=value('electric')+value('gas')+value('consumables')+value('labor')+value('fixed')+value('other'); const parts=value('parts'); const material=value('material'); const hasHourly=Object.keys(fields).slice(0,6).some(function(k){return fields[k].value!=='';}); outputs.hour.textContent=hasHourly?money.format(hourly):'กรอกข้อมูล'; if(parts>0){outputs.process.textContent=money.format(hourly/parts);outputs.total.textContent=money.format((hourly/parts)+material);}else{outputs.process.textContent='กรอกจำนวนชิ้นดี';outputs.total.textContent='กรอกจำนวนชิ้นดี';} } root.addEventListener('input',update); update(); })(); [xss_clean]